ISSUE 11 กาญจนบุรี
   
    ISSUE 11 กาญจนบุรี
ท่องทั่วเมือง กาญจน์ ละลานตา ธารน้ำตก สนุกสนาน บนเส้นทางประวัติศาสตร์
 

 

   
 

 

พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก

เรื่องราวเกี่ยวกับเชลยศึก ที่นี่รวบรวมภาพถ่ายและ ภาพวาดหายากไว้มากมาย รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ ของเหล่าเชลย ไม่แนะนำาสำหรับผู้ที่ไม่สนใจ ประวัติศาสตร์ แต่หากใครต้องการเรียนรู้ร่องรอย สงครามคงต้องแวะมาศึกษาสักครั้ง

 

 

   

 

สุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก)

ยามย่างก้าวที่สุสานดอนรัก ความรู้สึกเกิดขึ้นในหัวใจ สองอย่าง หนึ่งคือความโศกเศร้าแก่เหล่าเชลยผู้เสียชีวิตจาก สงคราม และสองคือความสงบในจิตใจเพราะป้ายหลุมศพ ทุกป้ายที่เรียงรายกันเกือบ 7,000 ป้าย

 

 

   

 

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า

อยู่ในซอยติดกับสุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก) เปิดทุกวัน 9.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 100 บาท ชาวต่างชาติ 120 บาท สอบถาม เพิ่มเติม Tel. 0-3451-2721 หรือ www.tbrconline.com

 

 

   

 

หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงคราม

อยู่บนถนนแม่น้ำแคว ห่างจากสถานีรถไฟ แควใหญ่ประมาณ 200 เมตร เปิดทุกวัน 08.00 -18.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 40 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท สอบถามเพิ่มเติม Tel. 0-3451-2596

 

   

 

สะพานข้ามแม่น้ำ แคว

คนที่อยากเก็บภาพบรรยากาศคลาสสิคของรถไฟขบวนจริงๆ ก็จำเวลาไว้เลย รถไฟ จากฝั่งถ้ำกระแซจะมาถึงสะพานแควใหญ่ เวลา 7.11 น. 14.38 น. และ 17.30 น. ส่วน จากฝั่งเมืองกาญจน์จะมาถึงสถานีตอน 6.14 น. 10.42 น. และ 16.32 น. ซึ่งปกติก็ จะมีช้าบ้างสายบ้างตามมาตรฐานรถไฟไทยนะเอ้อ! : ตามทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนแสงชูโต) เมื่อเลยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักกาญจนบุรี มาประมาณ 4 กิโลเมตร จะพบทางเลี้ยวซ้ายเข้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำ แคว เลี้ยวไปตามทางราว 700 จะพบสถานีรถไฟแควใหญ่และสะพาน

 

   

 

สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ (เขาปูน)

อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 3228 (กาญจนบุรี-บ้านเก่า) จากตัวเมืองบนถนน แสงชูโต ให้มาทางสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร เมื่อข้ามแม่น้ำแล้วมาตาม ทางเรื่อยๆ ประมาณ 3 กิโลเมตร เปิดทุกวัน 8.00 – 17.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

 

   

 

ถ้ำเชลย

ตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ กม.35 จะพบป้าย เลี้ยวซ้ายไปถ้ำกระแซ ให้ไปตามป้ายเรื่อยๆ จนถึงทางสามแยกซึ่ง ตรงไปสวนไทรโยค รีสอร์ท และเลี้ยวซ้ายไปสถานีรถไฟถ้ำกระแซ ทางขึ้นถ้ำเชลยจะอยู่ทางขวาของสามแยกพอดี ถ้ำแห่งนี้จะมีป้ายบอก เมื่อมาถึงทางขึ้นถ้ำเท่านั้นแต่ไม่มีป้ายบอกระหว่างทาง และไม่มีเวลา เปิด-ปิด

 

   

 

สถานีรถไฟถ้ำกระแซ

จากทางหลวงหมายเลข 323 ต้องการไปทางรถไฟ บริเวณสวนไทรโยค รีสอร์ท ให้เลี้ยวเข้าซอยบริเวณ กม.25 (หากไปสถานีรถไฟใช้ทางนี้จะต้องอ้อมผ่านตำบลลุ่มสุ่ม หลายกิโลเมตร) ถ้าต้องการไปสถานีรถไฟถ้ำกระแซให้เลี้ยว เข้าซอยประมาณ กม.29 ทั้งสองทางจะมีป้ายบอกทางไป ถ้ำกระแซเป็นระยะ

 

   

 

ช่องเขาขาด

ตามทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย จนถึงราว กม.64 จะพบกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาทางซ้ายมือ ช่องเขาขาดและพิพิธภัณฑ์ สถานแห่งความทรงจำตั้งอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานดังกล่าว เปิดทุกวัน 9.00 - 16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติม tel. 0-3453- 1347, 08-1814-7564

 

   

 

วัดถ้ำเขาน้อย

พระเจดีย์เก๋งจีนความสูง 7 ชั้นซึ่งมีชื่อว่า “พระเจดีย์คีรีบรมธาตุ” ตั้งตระหง่านเชิญชวนให้ใครต่อใคร แวะมาเยือนวัดถ้ำเขาน้อย วัดนิกายมหายานแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่ท่องเที่ยว เจดีย์ ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กว่าจะเดินทีละก้าวขึ้นไปถึงอาจเรียกเหงื่อหยดติ๋งๆ แต่พอ ใบหน้าสัมผัสลมเย็นก็รับรองว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง วิวทุ่งนาทุ่งหญ้ามุมสูงสวยสุดยอด และยังสามารถ ชมความงามของวัดถ้ำเสือซึ่งอยู่ติดกันในอีกบรรยากาศด้วย

 

   

 

วัดถ้ำเสือ

อยู่ติดกับวัดถ้ำเขาน้อย ใช้เส้นทางเดียวกัน พระเจดีย์เกษแก้ว มหาปราสาทเปิดให้เข้าชมทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ 8.30 – 16.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 8.00 – 16.30 น. ไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

   

 

สำนักสงฆ์ถ้ำแก้ว

เสียงร้องอื้อหือดังออกจากปากโดยไม่รู้ตัวเมื่อสายตาสัมผัสกับความ สวยงามของถ้ำแก้วกาญจนาภิเษก แม้เป็นถ้ำขนาดเล็กมากต้องมุดรูกัน อุตลุดแต่ภายในเต็มไปด้วยหินควอตซ์สีขาวสะท้อนแสงระยิบระยับคล้าย เกล็ดแก้วเต็มไปหมด ด้านนอกถ้ำเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ถ้ำแก้ว มีจุดชม วิวที่ให้ภาพแบบพาโนรามาของท้องทุ่งเมืองกาญจน์กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา หรือหากใครแรงดีสามารถปืนเขาขึ้นไปชมวิวมุมสูงกว่าเดิมได้อีกด้วย

 

   

 

วัดถ้ำมังกรทอง

อีกหนึ่งวัดซึ่งเหมาะสำหรับคนชอบเที่ยวถ้ำ เพราะ นอกจากได้กราบไหว้สักการะพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่างๆ รวมถึงรอยพระพุทธบาท พระสังกัจจายน์ และ เจ้าแม่กวนอิม ยังได้มุดถ้ำกันสนุกสนาน จากด้านหนึ่งทั้ง มุดทั้งคลานทั้งปีนไปโผล่ออกอีกด้านหนึ่ง แม้เป็นเพียง ระยะทางสั้นๆ ไม่กี่สิบเมตรแต่ก็ได้อารมณ์ผจญภัย ทาง เข้าถ้ำเป็นบันไดสูง 95 ขั้น ถือว่าออกกำลังกายพอดี ไม่เหนื่อยเกินไป

 

   

 

วัดถ้ำพุหว้า

งดงามตั้งแต่แรกเห็นด้วยทางเข้าพระอุโบสถในถ้ำซึ่งสร้างเป็น ปราสาทเมืองสิงห์จำลอง ทุกย่างก้าวให้ทั้งความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ สวยงาม แต่แฝงด้วยความสงบของพระพุทธศาสนา ภายในถ้ำ พระอุโบสถมีขนาดใหญ่และโปร่งโอ่โถง มีพระพุทธรูปมากมายเช่นเดียว กับหินงอกหินย้อยที่งดงาม ด้วยความพร้อมของวัดถ้ำพุหว้าซึ่งเป็นหนึ่ง ในสาขาของวัดปากน้ำ กทม. ทำให้ทางวัดมีการจัดปฏิบัติธรรม

 

   

 

วัดถ้ำเขาปูน

จะบอกว่ามาเที่ยวถ้ำก็ไม่เชิงหรือว่ามาเที่ยววัดก็ไม่ใช่ เอาเป็นว่ามาวัดถ้ำเขาปูน คุณจะได้ทั้งเที่ยวถ้ำและเที่ยววัดไปพร้อมกัน นอกจากกราบไหว้ พระแล้วยังจะได้ชมความงามของหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ ในถ้ำเขาปูน ที่ นี่มีไกด์ตัวน้อยพร้อมเจื้อยแจ้วอธิบายความเป็นมาของห้องต่างๆ ให้ฟัง (ถึง จะถูกบ้างผิดบ้างก็ประสาเด็กแหละนะ!) ทั้งห้องไม้เท้า ห้องไทรย้อย ห้อง จระเข้ ห้องแก้ว ฯลฯ

 

   

 

ชมประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์

ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ราว กม.15 จะพบสาม แยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ปราสาทเมืองสิงห์ ตรงตามทางอีก ประมาณ 6 กิโลเมตรมีป้ายบอกโดยตลอด เปิดทุกวัน 7.45 – 17.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท ค่ารถยนต์คันละ 50 บาท สอบถามเพิ่มเติม Tel. 0-3452-8456-7

 

   

 

เล่นน้ำตกยอดฮิตไทรโยคน้อย

แม้จะเป็นน้ำตกขนาดย่อมทว่าด้วยการเดินทางสะดวกสบายอยู่ติดถนนใหญ่ แทบทุกวันจึงมีผู้คนมาเยือน น้ำตกไทรโยคน้อยไม่ขาด มองดูคล้ายสวนสาธารณะจากธรรมชาติ บ้างก็มาเล่นน้ำ บ้างปูเสื่อนอนเล่นนั่งเล่น หรือซื้ออาหารล้อมวงเปิบกินริมสายน้ำ นอกจากจะมาเยือนทางรถยนต์ยังสามารถนั่งรถไฟจากกรุงเทพ สายธนบุรี-น้ำตกได้ด้วย สถากอยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคน้อยราวสองกิโลเมตร มีรถรับจ้างจอดรอรับ-ส่ง นอกจากนี้ทุกวันหยุดและสุดสัปดาห์ การรถไฟแห่งประเทศไทยจะมีรถน􀄽ำเที่ยวขบวนพิเศษจากกรุงเทพมา

 

   

 

ผจญภัยในถ้ำสวรรค์วังบาดาล

เข้าถ้ำสวรรค์แล้วจะพบสวรรค์ในถ้ำ! ฟังดูทะแม่งๆ แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริง เพราะสำหรับคนชอบมุดถ้ำต้องบอกว่าถ้ำสวรรค์วังบาดาลสวยงามมากแบบไม่ได้ โม้ นอกจากจะมีหินงอกหินย้อยมากมายจนสามารถแบ่งเป็นสี่ห้องใหญ่ๆ ยังพิเศษ ด้วยหินควอตซ์ซึ่งจะเรืองแสงเมื่อถูกแสงจากตะเกียง ถ้ำแห่งนี้แม้จะเดินทางง่ายๆ จากบริเวณน้ำตกไทรโยคน้อย แต่กลับอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณนะจะบอก ให้ นักท่องเที่ยวสามารถมากางเต็นท์ได้บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เอราวัณ ที่ อว.3

 

   

 

ถ้ำละว้าอัศจรรย์หินงอกหินย้อย

แสงไฟนีออนสลัวๆ ในถ้ำเผยให้เห็นทางเดินและนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะนำพาให้ สองเท้าก้าวไปเพื่อพิสูจน์ความงดงามของหนึ่งในถ้ำสวยแห่งเมืองกาญจน์ ถ้ำละว้า โดดเด่นเพราะกว้างขวางมีห้องโอ่โถงมากมายและยังสามารถเดินเที่ยวเองเพราะมี ไฟฟ้าส่องให้ความสว่างโดยตลอด หินงอกหินย้อยบางส่วนเหมือนม่านน้ำตกอันงดงาม บางส่วนเหมือนเสาหินจากธรรมชาติ บางห้องเหมือนอุโมงค์ขนาดยักษ์ รับรองสวย คุ้มค่ากับการมาเยือน ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.3 รับประกันเรื่องความปลอดภัยในการมาเที่ยวและสามารถมากางเต็นท์พักแรมได้

 

   

 

สดชื่นสายน้ำที่น้ำตกไทรโยคใหญ่

ขอแค่มีเวลานั่งนิ่งๆ มองน้ำตกไหลเย็นทิ้งดิ่งลงยังแม่น้ำแควน้อย เพียง เท่านั้นหัวใจก็โลดแล่นเปี่ยมสุขเกินจะเอ่ย และหากถามว่าอะไรคือความ พิเศษของน้ำตกไทรโยคใหญ่ ขอตอบว่าคงเพราะสายน้ำตกที่ทิ้งตัวลงสู่ แม่น้ำนี่แหละ... ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ใครมาเยือนเตรียมตัวพบกิจกรรม เพียบทั้งเล่นน้ำตก ชมวิวสวย ล่องแพกลางแม่น้ำแควน้อยหรือจะนั่งเรือ หางยาวก็เข้าท่า สำหรับขาแอดเวนเจอร์ยังมีการเดินป่า ชมถ้ำแก้วและ ถ้ำไทรที่อยู่เหนือขึ้นไปไม่กี่ร้อยเมตร

 

   

 

ถ้ำดาวดึงส์ตื่นตะลึงความงดงาม

ขอแค่มีเวลานั่งนิ่งๆ มองน้ำตกไหลเย็นทิ้งดิ่งลงยังแม่น้ำแควน้อย เพียง เท่านั้นหัวใจก็โลดแล่นเปี่ยมสุขเกินจะเอ่ย และหากถามว่าอะไรคือความ พิเศษของน้ำตกไทรโยคใหญ่ ขอตอบว่าคงเพราะสายน้ำตกที่ทิ้งตัวลงสู่ แม่น้ำนี่แหละ... ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ใครมาเยือนเตรียมตัวพบกิจกรรม เพียบทั้งเล่นน้ำตก ชมวิวสวย ล่องแพกลางแม่น้ำแควน้อยหรือจะนั่งเรือ หางยาวก็เข้าท่า สำหรับขาแอดเวนเจอร์ยังมีการเดินป่า ชมถ้ำแก้วและ ถ้ำไทรที่อยู่เหนือขึ้นไปไม่กี่ร้อยเมตร

 

   

 

ชมเสือที่วัดป่าหลวงตาบัว

ชื่อไทยคือวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน แต่ชื่อภาษาปะกิตกลับเป็น Tiger Temple หรือแปลว่า “วัดเสือ” ให้เราต้องงวยงง แต่ความแปลกใจ จะหายไปภายในบัดดลเมื่อได้มาเยือนวัดป่าแห่งนี้ การที่ได้ชื่อว่า Tiger Temple เพราะที่นี่เป็นบ้านของเสือโคร่งหลายสิบตัวน่ะสิ

 

   

 

สะพานรันตี ด่านแรกของความงาม

สายลมเย็นฉ่ำพัดพาเอาความสุขลอยมาปะทะใบหน้า ณ จุดชมวิวสะพานรันตี คุณสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติแสน บริสุทธิ์ของอำเภอสังขละบุรีในมุมกว้างไกล แม่น้ำสายเล็กๆ ที่ โอบล้อมไปด้วยสีเขียวขจี จนอดคิดไม่ได้ว่านี่แหละสถานที่ใน ฝัน! แม่น้ำรันตีถือเป็นหนึ่งในลำน้ำสามประสบ ที่จุดชมวิวนี่ มีศาลามุมสูงให้ขึ้นไปยืนชมภาพสวยๆ กับทัศนียภาพของ สายน้ำที่ก่อเกิดสามประสบ (รันตี บีคลี่ ซองกาเลีย) นอกจากนี้ คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่บนบ้านแพ บรรยากาศโดยรอบเย็นสบาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายก่อนจะ มุ่งหน้าต่อไปยังอำเภอสังขละบุรี

 

   

 

พระพุทธรูปแปลกตา ที่วัดสมเด็จ

ใครมองแล้วก็คงต้องขมวดคิ้วหรือต้องบอกกับตัวเองว่าสาบานได้ปาง พระพุทธรูปประหลาดแบบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน จุดเด่นของวัดสมเด็จคือมี พระพุทธรูปศิลปะแบบมอญผสมกับศิลปะพม่าอยู่เป็นจำนวนมาก วัดแห่งนี้ เกิดขึ้นจากคำปรารภของสมเด็จพระวันรัตแห่งวัดบวรนิเวศวิหารที่ได้กล่าวกับ หลวงพ่ออุตตมะครั้งที่เดินทางมาสังขละบุรีเมื่อปี 2509 ว่าสถานที่แห่งนี้ทำเล ดีเหมาะแก่การสร้างวัดซึ่งต่อมาจึงได้เกิดเป็นวัดแห่งนี้ขึ้นและตั้งชื่อวัดตาม สมณศักดิ์ของสมเด็จพระวันรัตว่า “วัดสมเด็จ” นอกจากพระพุทธรูปปางแปลก ประหลาดตาแล้ว ยังมีพระนอนองค์ใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าด้วย

 

   

 

สะพานมอญ แลนด์มาร์คเมืองสังขละ

เสียงหัวเราะ และเสียงตูมตามน้ำซัดกระเซ็นทำให้ใครต่อใครยิ้มแก้มปริ เด็กๆ ท้องถิ่นใช้สะพานมอญเป็นสถานที่โชว์ลีลากระโดดน้ำต้อนรับผู้มาเยือนมานาน หลายปีแล้ว คงไม่เกินเลยหากบอกว่าเพราะสะพานมอญที่แหละถึงทำให้ใครต่อ ใครมาเยือนสังขละ แต่ละก้าวที่เหยียบย่างบนสะพานไม้ประวัติศาสตร์นี้ขอบอก เลยว่าหัวใจเปี่ยมสุขจริงๆ สะพานอุตตมานุสรณ์หรือสะพานมอญแห่งนี้เกิดจาก ความคิดของหลวงพ่ออุตตมะที่ต้องการสร้างสะพานให้เป็นทางสัญจรไปมา ระหว่างหมู่บ้านมอญกับฝั่งอำเภอสังขละบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2530

 

   

 

สะพานรถข้าม สะพานซองกาเลีย

ถ้าสะพานมอญถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสะพานไม้ สะพานซองกาเลีย คงต้องเรียกอีกอย่างว่าสะพานปูน สะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่ชาวสังขละ ใช้รถยนต์สัญจรข้ามแม่น้ำซองกาเลีย การจะขับรถไปวัดวังก์วิเวกการาม หรือเจดีย์พุทธคยาก็ต้องมาใช้สะพานแห่งนี้แหละ แถมที่นี่ยังเป็นจุดชมวิว ที่น่าสนใจ เพราะเป็นจุดเดียวที่สามารถมองเห็นสะพานมอญทอดยาว ข้ามแม่น้ำซองกาเลียในมุมข้าง ตากล้องชอบมาตั้งขาตั้งรอถ่ายแสง ยามเย็นและยามเช้าที่นี่กันนักแล

 

   

 

สุดยอดวิว ที่จุดชมวิววังกะ

สูดอากาศเข้าให้เต็มปอด สูดออกให้ยาว แล้วทำซ้ำช้าๆ จนกว่า สาแก่ใจ! ซ้ายคือสะพานซองกาเลีย ขวาคือสะพานมอญ เบื้องหน้าเป็น ลำน้ำซองกาเลีย บอกได้เลยว่าจะหาจุดชมวิวที่ไหนครบครันกว่านี้ไม่มี อีกแล้ว นอกจากจะมีวิวสวย อากาศบริสุทธิ์แสนสบาย ที่จุดชมวิว เทศบาลตำบลวังกะยังมีการจัดระเบียบสุดยอด มีบันไดทอดยาวลงสู่ ริมแม่น้ำ พื้นที่กว้างขวาง มีห้องน้ำบริการฟรี มีที่จอดรถสะดวกสบาย อะไรก็ดีไปหมด เหมาะกับการมานั่งกระหนุงกระหนิงเสียจริง แต่เตือน อย่างเดียวคือมาช่วงเย็นๆ จะดีกว่า เพราะถึงแม้วิวจะสวย แต่ตอน กลางวันแสกๆ แดดอาจร้อนเกินทน

 

   

 

วัดวังก์วิเวการาม

วัดแห่งใหม่มีพระอุโบสถสวยงาม และวิหารหินอ่อนซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อหยกขาว อีกทั้งยังมีปราสาทหลวงพ่ออุตตมะที่เก็บสังขารของท่านให้ลูกศิษย์ผู้ศรัทธาได้กราบไหว้บูชา นอกจากนี้ยังมีของแปลกตาอีกอย่างซึ่งไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง “งาช้างแมมมอธ” ใครนึกไม่ออกว่าจะใหญ่แค่ไหนก็ขอบอกแค่ว่าต้องรีบแวะไปดูแล้วล่ะ

 

   

 

สุดชายแดน ด่านเจดีย์สามองค์

ฟังชื่อแล้วคงต้องร้อง อ๋อ! เพราะถือเป็นด่านที่มี ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการรบระหว่างไทย กับพม่าตัง้ แต่สมัยอยุธยา ใครมาถึงที่จะพบเจดีย์องค์ สีขาวสามองค์ตั้งเรียงรายกันอยู่ แต่ก่อนเจดีย์แห่งนี้ ได้รับการเรียกว่า “หินสามกอง” ต่อมาในปี 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำ ชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ครอบ หินสามกองนั้นไว้จนเป็นดังที่เห็นในปัจจุบัน

 

   

 

ลำห้วยซองกาเลีย

น้ำใสๆ ไหลเย็นๆ มองลงไปเห็นตัวปลา ฟังเสียงสายธารลัดเลาะผ่าน โขดหิน เอาเท้าราน้ำให้เย็นชื่นใจ ส่วนมือก็จัดการปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนพอดี คำจิ้มกินกับน้ำตกหมูรสเลิศ แค่นั่นก็สุขสุดยอดแล้วล่ะ... ริมห้วยซองกาเลียที่ แสนสดใสเย็นใจมีร้านอาหารอีสานตั้งเรียงรายมากมาย ซึ่งคุณสามารถขึ้นไป นั่งทอดใจชมธรรมชาติบนเพิงไม้พร้อมอิ่มอร่อยท้องไปพร้อมกัน ที่นี่เป็นแหล่ง พักผ่อนของคนท้องถิ่น จะมากินข้าว เอาห่วงยางมาเล่นน้ำปล่อยตัวลอยไปตาม กระแสธาร หรือจับคู่ดู๋ดี๋ถีบเรือถีบสีสันสดใสก็มีความสุขทุกรูปแบบ

 

   

 

รถไฟสายมรณะ

จังหวัดใหญ่ที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์ และธรรมชาติหลากหลายอย่างกาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และเมื่อเราขอให้เล่าเรื่องเกี่ยวกับกาญจนบุรี พี่หนุ่ม - สุทน รุ่งธัญรัตน์ นักจัดรายการวิทยุชื่อดังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ไม่พลาด ที่จะนำเอาเรื่องสนุกๆ มาบอกต่อให้เราฟังกันอีกตามเคย

 

   

 

รถไฟสายมรณะ

ทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ มีอาณาเขตกว้างขวาง ก่อเกิดเป็นวิวทิวทัศน์โดยรอบ เขื่อนที่สวยงาม เหมาะกับการเที่ยวหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชม ทัศนียภาพที่สันเขื่อน โดยนักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวมาทอดสายตา ชมทิวทัศน์อันงดงามของพื้นน้ำที่กว้างใหญ่เบื้องล่าง บริเวณสันเขื่อนมีทั้งสวนหย่อม และจุดชมวิว ร้านค้า ร้านอาหาร ร่มรื่นไปด้วยสีเขียวของต้นไม้นานาพันธุ์ และ หลากหลายสีสันของดอกไม้ที่กำลังชูช่อล้อลมพลิ้ว ที่นี่ยังมีพระพุทธสิริสัตตราช (หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์) สัญลักษณ์แห่งฝนและความร่มเย็น เป็นที่เคารพบูชาของ นักท่องเที่ยวและประชาชน

 

   

 

น้ำตกแม่ขมิ้น

เสียงสายน้ำไหลตกจากผากระทบบนผิวหินดังก้องทั่ว ผืนป่า ผสานกับเสียงใบไม้ไหว คลอเคล้ากับเสียงนกคอยขับขาน ประสานกล่อม นับเป็นความสมดุลของธรรมชาติที่สร้าง ความสุขและรอยยิ้มให้แก่ผู้มาเยือนเสมอ ต้นไม้น้อยใหญ่ ยังคงทำหน้าที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่นบดบังแสงแดด สายลมที่พัดผ่านแผ่วพลิ้วกระทบกายสร้างความเย็นชื่นใจ ซึ่งไม่ว่าเครื่องปรับอากาศยี่ห้อใดก็มิอาจสร้างได้เหมือน ทุกลมหายใจแห่งธรรมชาติได้รับการซึมซับขณะก้าวเท้าเดิน ไปยังจุดหมายปลายทาง... น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

 

   

 

 
     

 
 
   


© BIG MAP magazine บริษัท บิ๊กแมพ เน็ตเวอร์ก จำกัด
129/31 หมู่ 11 ซอยนวมินทร์ 163 แขวงคลองกุ่ม เขตบึ่งกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230 

Tel: 0-2944-3869 Fax: 0-2944-3869